“ ROV หุ่นยนต์สำรวจใต้น้ำ ” กับภารกิจสร้างแผนที่ 3 มิติใต้ทะเล ครั้งแรกในไทย

การสร้างแผนที่ 3 มิติอาจไม่ใช่เรื่องใหม่หากเป็นโลกบนพื้นแผ่นดินที่คุ้นเคย แต่นี่คือ “โลกใต้ทะเล” แหล่งผลิตออกซิเจน อาหาร และทรัพยากรที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ ที่วันนี้ “ทีมทะเล” จากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ได้เปิดปฏิบัติการสำรวจทรัพยากรในโลกใต้ทะเล เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาสร้างเป็นแผนที่ 3 มิติใต้ทะเล ครั้งแรก! ในประเทศไทย
โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า “ ROV ” ยานสำรวจใต้ทะเล หรือ Remotely Operated Vehicle นักสำรวจตัวน้อยที่จะมาสำรวจโลกใต้ทะเล แทนนักดำน้ำเพื่อลดความเสี่ยงอันตรายต่อชีวิต…
“นายวัชระ เกษเดช” นักภูมิสารสนเทศชำนาญการพิเศษ ฝ่ายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม GISTDA เปิดเผยว่า ด้วยจุดแข็งของ GISTDA ที่มีการเก็บข้อมูลด้านทะเลและชายฝั่งของไทยมากว่า 30 ปี เป้าหมายอนาคตที่สำคัญของทีมทะเล ก็คือ การสร้าง Digital Twin ฝาแฝดดิจิทัลของท้องทะเลไทย ซึ่งจะมีการพัฒนาระบบ Visualization หรือการแสดงผลภาพเสมือน สามารถแสดงผลข้อมูลต่าง ๆ ที่ตรวจวัดได้จากทุกเซนเซอร์ในทุกอุปกรณ์ ออกมาเป็นภาพรวมของทะเลที่มีข้อมูลใกล้เคียงกับเวลาปัจจุบันมากที่สุด
และการสำรวจทรัพยากรในโลกใต้ทะเล ด้วยยานสำรวจใต้น้ำ “ ROV ” ที่สามารถเก็บข้อมูล สร้างแผนที่ใต้น้ำ 3 มิติ พร้อมระบุค่าพิกัดตำแหน่งได้ จะเป็นสิ่งที่เข้ามาช่วยเติมเต็ม “ Digital Twin ของท้องทะเลไทย” ให้ความสมบูรณ์มากขึ้นในอนาคต
ทั้งนี้ GISTDA ได้เริ่มโครงการยานสำรวจใต้น้ำ “ ROV ” เมื่อปี 2567 และเริ่มเก็บข้อมูลในปี 2568 โดยนำร่องใน 2 พื้นที่เล็ก ๆ ที่บริเวณหมู่เกาะแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และเกาะทะลุ จ.ประจวบคีรีขันธ์
สำหรับ “ ROV ” เป็นหุ่นยนต์ใต้น้ำที่ควบคุมจากระยะไกล โดยมีผู้ควบคุมอยู่บนผิวน้ำผ่านสายเคเบิล บันทึกภาพด้วยกล้องวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 4 K สามารถดำน้ำได้ลึกถึง 200 เมตร และที่สำคัญสามารถระบุค่าพิกัดตำแหน่งใต้ท้องทะเลได้อย่างแม่นยำ
ที่ผ่านมา ยานสำรวจใต้น้ำ ROV ถูกใช้สำหรับภารกิจการสำรวจ เก็บข้อมูล และทำงานใต้น้ำลึกที่มนุษย์หรือนักดำน้ำไม่สามารถเข้าถึงได้ง่าย เช่น สำรวจซากเรือ ตรวจสอบท่อส่งน้ำมัน งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และการก่อสร้างใต้น้ำ เป็นต้น
ซึ่งในโครงการของ GISTDA ครั้งนี้ ภารกิจหลักของนักสำรวจอย่าง ROV คือ การลงไปสำรวจทรัพยากรในโลกใต้ทะเล เพื่อทำข้อมูลภูมิสารสนเทศ โดยเฉพาะการประเมินสถานภาพของ “ปะการัง” ซึ่งเป็นระบบนิเวศที่สำคัญที่สุดของใต้ท้องทะเล ที่จะบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ และเป็นที่อยู่ของสัตว์ทะเลต่าง ๆ และนำข้อมูลที่ได้มาสร้างเป็นแผนที่ใต้น้ำ 3 มิติ ซึ่งนอกจากจะใช้ประโยชน์ทางด้านงานวิจัยในการติดตามการเปลี่ยนแปลงเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรใต้ท้องทะเลแล้ว ยังสามารถนำไปสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการดำน้ำได้อีกด้วย
ปัจจุบัน การสำรวจของ ROV ในพื้นที่นำร่องของทีมทะเล อยู่ระหว่างขั้นตอนการเก็บข้อมูล ประเมินผลและสร้างเป็นแผนที่ 3 มิติใต้น้ำที่ในประเทศไทยยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ซึ่งทีมงานมีเป้าหมายต่อไปคือ พัฒนาการสำรวจให้ครอบคลุมพื้นที่กว้างขึ้นและมีความเสถียรมากขึ้น เพื่อต่อยอดสร้าง Digital Twin ของโลกใต้น้ำในอนาคต ขณะที่การทำ Visualization ข้อมูลภาพรวมของท้องทะเลไทยเฉพาะบริเวณผิวน้ำ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายปี 2569
ทั้งหมดนี้ก็คือ การบูรณาการข้อมูลและเทคโนโลยีอวกาศ มาใช้ประโยชน์เพื่อบริหารจัดการพื้นที่ทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งจะนำไปสู่การอนุรักษ์ทรัพยากรทะเลไทยได้อย่างยั่งยืน
