ร้อนจัด! GISTDA พัฒนาระบบ “พื้นที่เสี่ยงคนจมน้ำ” ติดตาม-เฝ้าระวัง ผ่านแอป “ LIFE DEE ”

“การจมน้ำ” เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญระดับโลก รวมถึงในประเทศไทยที่เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในกลุ่มเด็ก และกลุ่มผู้ใหญ่ โดยเกิดขึ้นมากในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่มีอากาศร้อนจัด และเป็นช่วงปิดภาคเรียน
น่าห่วง! เพราะปีนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าในช่วงต้นเดือนเมษายน ดัชนีความร้อน (Heat Index) หรืออุณหภูมิที่ร่างกายของคนเรารู้สึกได้จริง มีแนวโน้มสูงกว่าปีที่ผ่านมา และอาจพุ่งสูงถึง 52-60 องศาเซลเซียส ซึ่งอยู่ระดับ “อันตรายมาก” ต่อการใช้ชีวิตของประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง
ทั้งนี้ตัวเลขจากกรมควบคุมโรค ( https://www.ddc.moph.go.th/ ) พบว่า ปี พ.ศ. 2568 ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำจำนวนสูงถึง 3,941 ราย หรือประมาณกว่า 10 คนต่อวัน กลุ่มเสี่ยงสูงสุดคือ เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี วัยทำงาน และผู้สูงอายุ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดเหตุใน “แหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและแหล่งน้ำธรรมชาติ” และจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เพื่อเป็นเครื่องมือหนึ่งในการช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากคนจมน้ำของประเทศไทย ที่สอดรับกับมติสหประชาชาติด้าน Global Drowning Prevention และยุทธศาสตร์โลก ซึ่งตั้งเป้าลดการเสียชีวิตจากการจมน้ำลงร้อยละ 35 ภายในปี พ.ศ. 2578 ล่าสุด GISTDA หรือ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ได้ร่วมกับ กองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค พัฒนาระบบ “พื้นที่เสี่ยงคนจมน้ำ” ขึ้น เพื่อรับมือกับปัญหาสาธารณสุขที่มักจะรุนแรงขึ้นในช่วงฤดูร้อนและปิดภาคเรียน โดยนำเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมที่สามารถระบุแหล่งน้ำทั่วประเทศ บูรณาการร่วมกับข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาใช้ในการบริหารจัดการแหล่งน้ำอันตราย ผ่าน แอปพลิเคชัน “ LIFE DEE ”
ดร.ฌานิกา สุขวัฒนวิจิตร หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงทางสังคม สำนักประยุกต์และพัฒนาภูมิสารสนเทศ GISTDA กล่าวว่า จาก แอปพลิเคชัน “ LIFE DEE ” ซึ่ง GISTDA ต่อยอดมาจากแอปพลิเคชัน “เช็คฝุ่น” เพื่อเป็นแพลตฟอร์มที่รวมระบบรายงานสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ระบบประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพ และระบบบริการสุขภาพไว้ในที่เดียว เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการได้แบบเรียลไทม์ วันนี้ “ LIFE DEE ” จะไม่ได้เป็นแค่แอปพลิเคชันที่ทำเรื่องของสาธารณสุขเพียงอย่างเดียว แต่กำลังขยับไปเรื่องของสังคมในภาพรวมมากขึ้น โดยเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนให้ดีขึ้น
ในปีนี้ GISTDA จึงมีแผนในการปรับโฉมแอปพลิเคชัน “ LIFE DEE ” ใหม่ โดยมีการออกแบบให้เป็น Universal Design หรือการออกแบบเพื่อคนทุกคน เพื่อให้ผู้พิการหรือผู้สูงอายุ สามารถเข้าถึงการใช้งานได้อย่างเท่าเทียม สะดวกและปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีแผนในการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพิ่มเติม เพื่อเน้นย้ำถึงการทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น เช่น ระบบพื้นที่เสี่ยงคนจมน้ำ และการเข้าถึงบริการสาธารณะของผู้พิการที่จะเปิดให้บริการในเร็ว ๆ นี้ และเส้นทางอพยพและพื้นที่ปลอดภัยของกลุ่มผู้เปราะบาง ที่คาดว่าจะให้บริการได้ภายในเดือนกันยายนปีนี้
พญ.ศิริรัตน์ สุวรรณฤทธิ์ ผู้อำนวยการกองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า การบูรณาการข้อมูลด้านสาธารณสุขร่วมกับเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศของ GISTDA ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการป้องกันการจมน้ำของประเทศ โดยระบบ “พื้นที่เสี่ยงคนจมน้ำ” จะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงพื้นที่ได้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการวางแผนเชิงรุก ทั้งในด้านการเฝ้าระวัง การจัดการพื้นที่เสี่ยง และการสื่อสารความเสี่ยงไปยังประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการลดอัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำในระยะยาว ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคมีแผนบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่เพื่อให้มีข้อมูลสนับสนุนการดำเนินงานที่มีความแม่นยำและทันเวลา สามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม และครอบคลุมทุกกลุ่มประชากรอย่างทั่วถึง
ดร.จิรัติวัล เครือศิลป์ นักภูมิสารสนเทศชำนาญการ สำนักประยุกต์และพัฒนาภูมิสารสนเทศ ได้กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ “พื้นที่เสี่ยงคนจมน้ำ” ว่าเริ่มต้นจากการนำร่องของจังหวัดเสี่ยงสูงในภาคอีสาน ในพื้นที่ของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา (สคร. 9) เพื่อบอกถึงจุดแหล่งน้ำที่เสี่ยง และจุดแหล่งน้ำที่ได้ดำเนินการแก้ไขแล้ว เช่น มีป้ายเตือนและอุปกรณ์ช่วยชีวิต โดยชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่
ปัจจุบันระบบพื้นที่เสี่ยงคนจมน้ำ มีข้อมูลครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ โดยข้อมูลในระบบจะแสดงถึงแหล่งน้ำขนาดเล็กในแต่ละพื้นที่ลงลึกได้ระดับอำเภอและจังหวัด และแยกระดับความเสี่ยงการจมน้ำเสียชีวิตย้อนหลัง ตั้งแต่ปี 2563-2567 โดยใช้ฐานข้อมูลของกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ด้วยการแบ่งเกณฑ์พื้นที่เสี่ยงเป็นสีตามที่กรมควบคุมโรคกำหนด เช่น สีแดง เสี่ยงมากเพราะเคยมีผู้เสียชีวิตตั้งแต่ 5 รายขึ้นไป สีเขียว เสี่ยงน้อย เคยมีผู้เสียชีวิต 1 ราย นอกจากนี้ ยังสามารถระบุได้ถึงช่วงอายุของผู้เสียชีวิตในแต่ละพื้นที่ แยกได้ในแต่ละเดือน แต่ละปี
ขณะที่ในภาคประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ผ่าน แอปพลิเคชัน “ LIFE DEE ” ซึ่งนอกจากจะมีข้อมูลพื้นที่เสี่ยงแล้ว ยังสามารถแสดงตำแหน่งที่ตั้งโรงพยาบาล ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง เพื่อขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินอีกด้วย
นี่ก็คือ… อีกหนึ่งประโยชน์ของการนำเอาเทคโนโลยีอวกาศที่สามารถระบุถึงตำแหน่งของสถานที่สำคัญต่าง ๆ บนโลกใบนี้ มาประยุกต์ใช้ร่วมกับข้อมูลด้านสุขภาพและสาธารณสุข รวมถึงปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ และเมื่อข้อมูลถูกนำมาบูรณาการร่วมกัน จะทำให้มองเห็นพื้นที่เสี่ยงภัยในด้านต่างๆ ทำให้เราสามารถวางแผน เฝ้าระวัง ป้องกัน และให้การช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
